Skip to main content

กาแฟแก้วแรกกับแก้วที่สอง — เรื่องที่เชื่อว่าตัวเองคิดไปเอง

· 6 min read

เช้าวันจันทร์ แก้วแรกอร่อยเหมือนเคย แก้วที่สองเหมือนคนละเรื่อง — ผมเลยลองถามว่าผมเป็นคนเดียวที่รู้สึกแบบนี้ไหม

ผมเป็นคนดื่มกาแฟทุกเช้า และมีรูปแบบหนึ่งที่ผมสังเกตมาได้สักพักแล้ว — แก้วแรกของวัน มักจะอร่อยเสมอ ส่วน แก้วที่สอง มักจะแบน ไม่หอม ทำไมก็ได้กลิ่นไม่ค่อยติด แล้วผมก็ชงใหม่ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวสองครั้ง เป็นแบบนี้เกือบทุกเช้า

ทีแรกผมคิดว่าผมคิดไปเอง — เป็น pattern แบบเก่าๆ ที่สมองชอบหา pattern ในเรื่องไม่เป็นเรื่อง อาจจะเป็นแค่ "ของแรกวัน" ที่ ritual ของเริ่มวันทำให้ทุกอย่างดูดี พอแก้วสอง สมองไม่สนใจแล้วก็เลยรู้สึกว่าแย่ลง

แต่พอลอง search ดู ก็พบว่าไม่ใช่แค่ผม

คนอื่นก็เป็น​

ลอง search คำว่า "second cup of coffee tastes worse" เจอ thread บน Reddit ที่มีคนบ่นเหมือนกันเป็นร้อย บทความของ TheKitchn ปี 2018 ก็มีคนเขียนถึงเรื่องนี้ มีหลายเว็บร้านกาแฟเขียนถึงเรื่องนี้เหมือนกัน — กลายเป็นคำถามที่ "อยู่ในใจของคอกาแฟ" มานาน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

แล้วก็ไม่ใช่เรื่อง "วัฒนธรรม" อย่างเดียวด้วย — มันมี mechanism ทางเคมีอยู่เบื้องหลัง — แล้วก็มีอธิบายทางเศรษฐศาสตร์ที่ตรงกันด้วย (อ้างอิง [1], [2])

เหตุผลที่เจอ​

ผมเจอบทความหนึ่งที่อธิบายได้ดีและตรงกับประสบการณ์ของผมแบบเป๊ะ — ความร้อนบน heating plate ของเครื่อง drip คือตัวร้าย

เครื่อง drip ทั่วไปจะมี plate ที่อุ่นแก้ว — อุณหภูมิประมาณ 175-185°F (ราว 80-85°C) ตามที่บทความของ Pure Earth Coffee อธิบายไว้ (อ้างอิง [3]) ซึ่งร้อนพอที่จะ trigger ปฏิกิริยาเคมีต่อไปในกาแฟที่ต้มเสร็จแล้ว ปฏิกิริยาตัวสำคัญคือ chlorogenic acid (สารตัวหนึ่งที่คอกาแฟรู้จักดี — เป็น phenolic acid ที่พบมากที่สุดในเมล็ดกาแฟดิบ อ้างอิง [4]) จะค่อยๆ แตกตัวเป็น caffeic acid กับ quinic acid

caffeic acid กับ quinic acid คือสารที่ taste science ระบุชัดว่าเกี่ยวข้องกับ astringency (ฝาด) และ bitterness (ขม) ที่เพิ่มขึ้นเมื่อกาแฟถูก heat นานๆ (อ้างอิง [5]) — ฟังดูแล้วตรงกับคำว่า "แบน" กับ "ขมแบบเก่า" ที่ผมรู้สึก

ตัวเลขที่บทความบอกไว้และฟังดูสมเหตุสมผล:

  • 20 นาที บน plate — volatile aromatics เริ่มระเหย บิตเทอร์เริ่มขึ้น
  • 40 นาที — แม้แต่ specialty coffee ก็กลายเป็น metallic

เวลาที่ผมเดินไปชงแก้วสอง — มักจะห่างจากแก้วแรกราวๆ 30-45 นาที ลองนับดูแล้วก็ตรง window นั้นเลย

แล้วก็มีเรื่อง smell อีกเรื่อง​

นอกเหนือจากเคมี ผมนึกได้ว่ามีบทความที่เคยอ่านเรื่อง palate fatigue — taste buds ปรับตัวเมื่อเจอรสซ้ำๆ แก้วแรกเป็น "รสใหม่" ที่รับได้เต็มที่ พอแก้วสอง ตัวรับก็เริ่มอิ่มตัว กาแฟเลยดูจืดทั้งที่ตัวเองอาจไม่ได้เปลี่ยน เศรษฐศาสตร์เรียก concept นี้ว่า "diminishing marginal utility" (อ้างอิง [6])

แล้วก็เรื่อง context — แก้วแรกคู่กับ breakfast, กับ morning light, กับช่วงเวลาที่สมองยัง fresh แก้วสองคู่กับงาน stack ที่กำลังจะมา บริบทต่างกัน ประสบการณ์ก็ต่าง

สิ่งที่ได้​

ผมไม่ได้คิดไปเอง

แต่เหตุผลจริงๆ ไม่ใช่ "palate fatigue" หรือ "ritual" ที่ผมเดาไว้แต่แรก — กลับเป็น เคมีความร้อน ที่ทำให้โมเลกุลกาแฟเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ บน heating plate ผมไม่ได้เปลี่ยน — กาแฟเปลี่ยน

มีสาม option ที่จะลอง:

  1. ใช้ thermal carafe — เครื่องต้มกาแฟแบบไม่มี plate (เก็บความร้อนด้วยฉนวน) ตัวเลือกที่อุปกรณ์เปลี่ยนแล้วหายไปเลย
  2. ต้มทีละน้อยบ่อยๆ — สองถ้วยต่อครั้ง แล้วรอ ต้มใหม่
  3. ปิด keep-warm ทันทีหลังต้มเสร็จ — ยกแก้วออกจาก plate ปล่อยให้อุณหภูมิห้อง แล้วอุ่นใน microwave ทีละแก้ว ฟรี เริ่มได้ทันที

option 3 ฟังดูเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด — ไม่ต้องซื้ออะไร ไม่ต้องเปลี่ยนนิสัยมาก แค่ "อย่าปล่อยกาแฟตามลำพังบน plate ร้อนๆ"

สรุป (มากกว่ากาแฟ)​

สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ใช่ตัวกาแฟ แต่เป็นรูปแบบ:

สิ่งที่รู้สึกว่า "รู้สึกไปเอง" บางทีมันก็มีคนอื่นรู้สึกเหมือนกัน — แล้วพอลองไปดูจริงๆ ก็เจอ mechanism ที่อธิบายได้

ผมเริ่มเชื่อน้อยลงเรื่อยๆ ว่า "คิดไปเอง" เป็นคำอธิบายที่ดีของอะไรก็ตามที่เกิดซ้ำ — ถ้าเกิดซ้ำในชีวิตผม ก็มีคนอื่นที่ชีวิตเกิดแบบเดียวกันในลักษณะคล้ายๆ กันแน่นอน

แล้วถ้าเกิดซ้ำในคนหลายๆ คน มันก็มักจะมี structural reason อยู่เบื้องหลัง — ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ครั้งหน้าถ้าเจอ pattern แบบนี้อีก ผมคงไม่ตัดสินว่ามัน "คิดไปเอง" เร็วๆ แล้วครับ

อ้างอิง​

แชร์บทความ
☕

เนื้อหานี้มีประโยชน์ไหม? ช่วยสนับสนุนค่ากาแฟให้ผู้เขียนสักแก้ว

Buy Me a Coffee
Loading...